ภูเขาไฟ Kelimutu ของประเทศอินโดนีเซีย 

          สำหรับประเทศอินโดนีเซีย  เราอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นประเทศที่อยู่ใกล้กับเรามากมาก จนการเดินทางไปที่ประเทศนี้ง่ายนิดเดียวเลยก็ว่าได้ สำหรับประเทศอินโดนีเซียจะรายล้อมไปด้วยเกาะมากมาย เป็นประเทศที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ติดกับทะเล  แน่นอนว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของประเทศอินโดนีเซียนั้น

         ส่วนมากนักทอ่งเทียวจะเน้นการท่องเที่ยวเกี่ยวกับทะเล เพราะที่นี่นับได้ว่ามีชายหาดที่สวยงามมากมายหลายแห่งเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามในผืนแผ่นดินของประเทศอินโดนี่เซียนั้นก็มีสถานที่ทอ่งเทียวที่สวยงามไม่แพ้กัน ซึ่งสถานที่ทอ่งเที่ยวที่จะพาไปรู้จักกันในครั้งนี้นั้น จะอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ และที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความน่าอัศจรรย์ที่นักทอ่งเที่ยวหลายคนอยากมาสัมผัสและอยากมาเห็นด้วยตาด้วยเองกันมาก 

           ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัย การเดินป่า เพราะที่การเดินทางเข้ามาจะค่อนข้างยากลำบาก แต่ถ้าสามารถมาถึงแล้วล่ะก็คุ้มค่ากับการเสียเวลา คุ้มค่าเหนื่อยอย่างแน่นอน โดยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า ภูเขาไฟ Kelimutu    นั่นเอง

            การมาเที่ยวภูเขาไฟอาจจะไม่ค่อยดูน่าสนใจมักนัก แต่ถ้าหากบอกว่าที่บริเวณด้านบนของ ภูเขาไฟ Kelimutu   แห่งนี้มีความแปลกให้คุณต้องมาดูด้วยตาตัวเองแล้วล่ะก็ รับรองคุณจะต้องอยากมาดูอย่างแน่นอน เพราะที่นี่ ว่ากันว่ามีทะเลสาบอยู่ด้านภูเขาไฟ ด้วยกันทั้งหมด 3 แห่ง แต่ว่าน้ำในทะเลสาบของแต่ละแห่งนั้น กลับมีสีของน้ำที่ไม่เหมือนกันเลยสักแห่งเดียว ทั้งที่อยู่ในเขตพื้นที่ของภูเขาไฟเหมือนกัน  

           โดยน้ำในทะเลสาบที่นี่จะมีสีเขียว และสีฟ้า และสีแดงดำ  แต่ที่น่าอัศจรรย์มากขึ้นไปอีกก็คือ น้ำในทะเลสาบแต่ละแห่งนั้น สามารถเปลี่ยนไปเป็นสีอื่นได้อีกด้วย  สำหรับเรื่องนี้ยังไม่เคยมีใครที่จะหาข้อพิสูจน์เกี่ยวกับการเปลี่ยนสีของน้ำได้ว่าเกิดจากอะไร หรือทำไมน้ำในทะเลสาบทั้งสามแห่งถึงสีไม่เหมือนกัน แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องของหลักของวิทยาศาสตร์มากกว่าเรื่องของไสยศาสตร์อย่างแน่นอน

    นั่นก็เพราะว่าที่นี่คือ ภูเขาไฟ Kelimutu   ในเขตพื้นที่ของภูเขาไฟ Kelimutu   นั้นบริเวณใต้ดินอาจจะมีทั้งแก๊ส หรือแม้แต่แร่ธาตุต่างต่างที่จะส่งผลต่อสีของน้ำก็เป็นไปได้  เนื่องจากว่าไม่มีใครกล้าที่จะดำลงไปดูด้านใต้ของทะเลสาบว่ามีแก๊สผุดขึ้นมาตามรอยแยกในใต้น้ำหรือไม่ จึงไม่มีใครกล้ายืนยันนั่นเอง

        สำหรับน้ำในทะเลสาบนี้ ชาวบ้านท้องถิ่นของที่นื่เชื่อกันว่า น้ำในทะเลสาบที่เป็นสีฟ้านั้น ที่นี่จะมีวิญญาณของบรรพบุรุษที่เสียชีวิตไปแล้วและได้ทำคุณงามความดี วิญญาณจึงมาอยู่ที่ทะเลสาบแห่งนี้ ส่วนน้ำในทะเลสาบสีเขียวนั้น ว่ากันว่าเป็นสถานที่สิงสถิตของวิญญาณของคนวัยหนุ่มสาว ส่วนสีแดงดำนั้น เป็นที่อยู่ของวิญญาณทีชั่วร้ายนั่นเอง

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    ufabet เว็บแม่

พาเที่ยววัดถ้ำเสือแลนด์มาร์ค

พาเที่ยววัดถ้ำเสือแลนด์มาร์ค

พาเที่ยววัดถ้ำเสือแลนด์มาร์ค  อีกแห่งของจังหวัดกาญจนบุรี 

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรีส่วนใหญ่แล้ว  น้องสาวจะไปชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์แล้วนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะไปล่องแพเนื่องจากว่าจังหวัดกาญจนบุรีนั้นมีชื่อเสียงเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นการล่องแพชื่นชมวิถีธรรมชาติของแหล่งน้ำและชาวบ้าน   ได้นอนบนแพที่มีน้ำใสไหลเย็นนับได้ว่ากาญจนบุรีนั้นเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมีอากาศร้อนมาเที่ยวที่นี่กันเยอะมากเลยทีเดียวโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน

        อย่างไรก็ตามที่จังหวัดกาญจนบุรีนั้นยังมีสถานที่ท่องเที่ยวดีๆอีกมากมายหลายแห่งและอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากแนะนำให้รู้จักเราที่นี่จะเป็น Landmark สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเลยก็ว่าได้โดยสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่เน้นการเที่ยวชมศิลปะและวัฒนธรรมของสมัยโบราณมีความงดงามแปลกตาโดยสถานที่ท่องเที่ยวที่ว่านี้ก็คือวัดถ้ำเสือนั้นเอง

       แน่นอนว่าถ้าหากเราพูดถึงวัดก็ย่อมจะนึกถึงพระพุทธรูปซึ่งที่วัดแห่งนี้นับได้ว่ามีพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่มากโดยพระพุทธรูปองค์นี้เป็นองค์ปางประทานพรเป็นสถาปัตยกรรมที่มีการสร้างเอาไว้ด้วยความแปลกตาแต่ก็มีความสวยงามการผสมผสานศิลปะวัฒนธรรมระหว่างสไตล์ไทยและสไตล์จีนนำมาผสมผสานกันสร้างเป็นวิหารที่มีรูปร่างที่ออกแบบมาได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว

         สำหรับวัดถ้ำเสือแห่งนี้เป็นวัดที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากเลยวัดแห่งนี้จะอยู่บนยอดเขาดังนั้นหากนักท่องเที่ยวคนไหนที่อยากจะมาเที่ยวที่วัดถ้ำเสือคุณจะต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเนื่องจากว่าคุณจะต้องสามารถเดินขึ้นบันไดไปได้ด้วยความสูงตั้งแต่ระดับพื้นไปจนถึงยอดเขานั้นจะต้องเดินขึ้นบันไดไปทั้งหมด 157 ขั้นด้วยกัน

        แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากนักท่องเที่ยวคนไหนที่มีปัญหาเรื่องของอาการบาดเจ็บหัวเข่าแต่มีใจรักที่อยากจะกลับไปไหว้พระพุทธรูปที่วัดถ้ำเสือก็สามารถใช้บริการรถรางไฟฟ้าได้แต่ถ้าจะให้ดีให้ได้กับบรรยากาศการท่องเที่ยวแนะนำว่าเพียงแค่ 157 ขั้นเท่านั้นคุณก็จะสามารถชมความสวยงามและชมบรรยากาศธรรมชาติของวัดถ้ำเสือได้ซึ่งระหว่างทางเดินนั้นคุณก็จะเห็นต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์สองข้างทางเต็มไปหมดสร้างความสดชื่นเมื่อไปถึงยอดปราสาทคุณก็จะรู้ว่าคุณสามารถพิชิตความสูงของวัดถ้ำเสือได้เลยทีเดียว

          บริเวณยอดเอาบุญวัดนั้นจะมีการสร้างปราสาทเจดีย์เกตุแก้วซึ่งเรียกได้ว่าเป็นมหาประสาทซึ่งมีขนาดใหญ่และมีความสวยงามภายในประสาทนั้นจะมีการเก็บพระบรมสารีริกธาตุเอาไว้ตรงบริเวณยอดของปราสาท  ด้านบนนั้นจะมีการสร้างศาลาและประสาทรวมถึงเจดีย์ต่างๆไว้มีการออกแบบเอาไว้อย่างสวยงามด้านบนยอดเขานั้น

เมื่อมองลงมาบริเวณโดยรอบแล้วก็จะพบวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งวิวทิวทัศน์ดังกล่าวนั้นจะเป็นวิวทิวทัศน์เลือกสวนไร่นาของชาวบ้านที่มีการปลูกพืชพันธุ์ทางการเกษตรเอาไว้จึงอาจกล่าวได้ว่าการมาเที่ยวที่ถ้ำเสือนั้นไม่ได้มีดีแค่การมาไหว้พระและการมาชมศิลปะวัฒนธรรมเท่านั้นแต่คุณจะยังได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สดชื่นและสวยงามอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  ufabet เว็บแม่