สถานที่ท่องเที่ยวที่ ประเทศมาร์ติกนีก 

           ถ้าหากพูดถึง ชื่อประเทศมาร์ตินีก  เชื่อว่าหลายคนคงไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ท่องเที่ยวประเทศมาร์ติกนีก แต่ถ้าหากว่าบอกว่าประเทศมาร์ตีนิกนี้เคยมีพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นของประเทศฝรั่งเศสเชื่อว่าหลายคนคงรู้จักประเทศฝรั่งเศสกันเป็นอย่างดีสำหรับประเทศมาชนิดนี้จะเป็นลักษณะพื้นที่คล้ายกับเกาะขนาดใหญ่โดยอยู่ทางแถบทะเลแคริบเบียน  ซึ่งที่นี่สถานที่ส่วนใหญ่นั้นอยู่ติดกับชายทะเลดังนั้นบรรยากาศของสถานที่แห่งนี้นั้นจึงค่อนข้างที่จะสวยงามและสดใสอากาศสดชื่นเย็นสบายซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักประเทศมาร์ตินีกและสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศมาร์ตินีกที่น่าสนใจกัน  

        สำหรับสถานที่ทอ่งเที่ยวที่อยากจะพาไปรู้จักก็คือสวนพฤกษศาสตร์  Balata Botanical Garden ซึ่งที่นี่จะอยู่ใกล้กับ ฟอร์ตเดอฟรองซ์  สำหรับใครที่ชื่นชอบธรรมชาติชอบดูต้นไม้แปลกๆศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของพืชพรรณ  รวมถึงดอกไม้ในเขตร้อนแล้วก็แนะนำเลยว่าคุณมาที่สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้รับรองว่าคุณจะเพลิดเพลินกับต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ซึ่งคำนวณเบื้องต้นนั้นมีมากกว่า 30 สายพันธุ์ใดทีเดียวนอกจากนี้ด้วยบริเวณพื้นที่นั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าและมีการทำสระน้ำเอาไว้

         ซึ่งในสวนแห่งนี้จะมีการปลูกดอกบัวสวยๆให้บรรยากาศเวลาที่นัก ท่องเที่ยวประเทศมาร์ติกนีก นั้นอาจจะมานั่งเล่นใต้ต้นไม้หรือนอนเล่นพักผ่อนในช่วงวันหยุดนอกจากนี้ยังมีการประดับสวนสวยด้วยสะพานไม้ระแนงซึ่งสะพานไม้แห่งนี้นั้นจะมีการแขวนอยู่ที่บริเวณยอดไม้ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปบนสะพานไม้แล้วมองความสวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ได้เรียกได้ว่าที่นี่นั้นบรรยากาศนั้นดีมากๆเลยทีเดียวเพราะรายล้อมไปด้วยต้นไม้มากมายนั่นเอง

         อย่างไรก็ตามถ้าหากใครไม่ชื่นชอบการเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์ไม่อยากจะดูต้นไม้มากมายนักก็มีทะเลให้คุณได้เล่นซึ่งที่นี่นั้นจะมีทะเลที่มีชายหาดที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากชื่อว่า Les Salines ซึ่งที่นี่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากของประเทศมาร์ตีนิกเลยก็ว่าได้น้ำทะเลนั้นเป็นน้ำที่ใสสะอาดเป็นอย่างมากบริเวณริมชายหาดก็มีต้นมะพร้าวขึ้นปกคลุมเต็มไปหมดเป็นวิวทิวทัศน์ที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก

         ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถที่จะมากางเก้าอี้ผ้าใบแล้วนอนอาบแดดตรงบริเวณริมชายหาดแห่งนี้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเสาร์อาทิตย์จะหนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มานอนอาบแดดและถ้าหากใครอยากจะมาเที่ยวด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบแล้วเราก็คุณมาในช่วงวันธรรมดาได้ซึ่งนอกจากจะได้บรรยากาศดีๆแล้วอาหารที่นี่ก็อร่อยโดยจะมีร้านอาหารคอยให้บริการอยู่ตรงบริเวณด้านหลังริมชายหาดนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย

           พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย  เวลาที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดเชียงรายสถานที่แห่งหนึ่งที่ชื่อว่าคงไม่มีใครพลาดที่จะไม่มาเที่ยวกันนั่นก็คือวัดร่องขุ่นนั่นเอง   เพราะสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมากอาจกล่าวได้ว่าดังระดับประเทศหรือระดับโลกเลยก็ว่าได้ด้วยสถาปัตยกรรมที่มีการก่อสร้างเอาไว้นั้นงดงามเป็นอย่างมาก

แถมบริเวณพื้นที่ในการใช้ในการก่อสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ก็มีพื้นที่กว้างขวางถึง 12 ไร่เลยทีเดียว

         และแต่ละจุดภายในบริเวณพื้นที่ 12 ไร่นี้ก็แบ่งโซนมีการก่อสร้างวัดวาอารามและอุโบสถรวมถึงยังมีการปลูกต้นไม้และทำสวนสาธารณะปลูกดอกไม้สวยงามเต็มไปหมด  ที่สำคัญที่นี่สิ่งก่อสร้างทุกอย่างนั้นถูกก่อสร้างและออกแบบออกมาให้เป็นสีขาวบริสุทธิ์ดังนั้นไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นแต่สีขาวของอุโบสถและรูปปั้นต่างๆตัดกับสีเขียวของต้นไม้ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามเหมือนกับนักท่องเที่ยวหลุดเข้ามาเที่ยวในดินแดนของสรวงสวรรค์ก็ไม่ปาน    

สำหรับที่วัดร่องขุนนั้นตามประวัติและผู้ที่อุทิศตนออกแบบและก่อสร้างที่นี่จนกลายมาเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังนั้นก็คืออาจารย์เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์  ซึ่งเขาเป็นผู้ที่ชื่นชอบผลงานด้านศิลปะและเมื่อมีโอกาสจึงได้นำเงินที่มีอยู่นำมาก่อสร้างวัดร่องขุ่นขึ้นเพื่อต้องการสร้างศิลปะและผลงานด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงามและยังเป็นวัดเป็นสถานที่ที่ประชาชนสามารถเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจและทำบุญได้

ภายในบริเวณวัดร่องขุ่นนั้นจะประดับประดาไปด้วยรูปปั้นมากมายโดยเฉพาะรูปปั้นของเหล่าพญานาคที่สำคัญศิลปะการปั้นต่างๆนั้นยังมีการประดับด้วยกระจกสีเงินแวววาวทำให้รูปปั้นพญานาคนั้นเป็นพญานาคเงินและอุโบสถต่างๆเวลาที่แสงแดดกระทบกับกระจกสีเงินก็จะส่องแสงระยิบระยับงามจับตาเลยทีเดียวและด้วยต้นไม้ที่มีการปลูกเอาไว้เป็นจำนวนมาก

ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ไม่มีความร้อนเมื่อเข้ามาแล้วจะเกิดความสงบของจิตใจและความเย็นของบรรยากาศที่เต็มไปด้วยต้นไม้อีกทั้งยังมีการทำสระน้ำไว้มากมายหลายจุดเมื่อมีลมพัดผ่านมาก็จะพัดเอาความเย็นปากน้ำและต้นไม้ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นฉ่ำใจ

          สำหรับวัดร่องขุ่นนั้นว่ากันว่ามีการก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงประมาณปีพุทธศักราช 2540 และในการก่อสร้างครั้งแรกนั้นยังมีที่ดินเพียงแค่ประมาณ 3 ไร่เท่านั้นหลังจากนั้นเมื่อมีการเริ่มก่อสร้างชาวบ้านภายในบริเวณใกล้เคียงและคนที่นับถืออาจารย์เฉลิมชัยก็พากันช่วยบริจาคเงินสามารถซื้อพื้นที่ใกล้เคียงจึงมีการขยายพื้นที่จาก 3 ไร่มาเป็น 12 ไร่นั่นเอง

และในปัจจุบันนี้ชื่อเสียงของวัดร่องขุ่นนั้นโด่งดังเป็นอย่างมากหากนักท่องเที่ยวหรือคนไหนที่เดินทางมาจังหวัดเชียงรายย่อมต้องเดินทางมาเที่ยวที่วัดร่องขุ่นแห่งนี้เพราะคุณจะเก็บภาพสวยๆและภาพที่น่าประทับใจได้มากมายเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย