กล้าย้ายไปยังสถานที่ที่เหมาะกับตัวเรา

สมัยเป็นเด็กคงไม่มีใครบ่นว่าอยากย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่น กล้าย้ายไปยังสถานที่ เพราะเรายังเลือกรูปแบบการใช้ชีวิตของตัวเองไม่ได้ใหม่ได้แต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เราเลือกที่อยู่หรือเปลี่ยนงานให้เหมาะกับตัวเองได้ นี่คืออภิสิทธิ์ของผู้ใหญ่ที่ต้องรู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์ หากเราไม่พอใจผู้คนที่คบหาอยู่หรือสถานที่ที่อยู่ก็หาแต่หากมัวแต่กลัวว่า

ถ้าเปลี่ยนงานจะได้เงินเดือนน้อยลง ถ้าย้ายบ้านก็ต้องมีค่าใช้จ่าย หรือถ้าออกจากกลุ่มเพื่อนแม่บ้านแล้วลูกจะถูกแกล้งแสดงว่าเรากำลังเลี่ยงการตัดสินใจ

และคิดเอาเองว่า แม้ไม่พอใจอยู่บ้างแต่อยู่แบบนี้ก็อาจสบายกว่าถ้าวันหนึ่งเรารู้สึกอึดอัดกับสังคมที่อยู่ในตอนนี้ถ้าวันหนึ่งเราไม่รู้ว่าจะทนเสแสร้งไปได้อีกนานแค่ไหนล่ะเมื่อถึงเวลานั้น เราจำเป็นต้องทิ้งสภาพแวดล้อมปัจจุบันแล้วก้าวไปสู่ถานที่แห่งใหม่ตัวอย่างเช่น

เด็กนักเรียนที่มีนิสัยมืดมน แต่เมื่อย้ายไปโรงเรียนใหม่ไม่มีใครรู้จักมาก่อน ก็พูดคุยกับคนอื่นได้ปกติ หรือเด็กที่เคยถูกเพื่อนกล้า เมื่อได้ย้ายโรงเรียนก็เท่ากับเป็นการเริ่มต้นในสังคมแห่งใหม่ จึงกล้าเผยตัวตนออกมานอกจากนี้เราก็คิดเสียว่า ถ้าไปไม่รอดก็แค่ย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนงาน

ใหม่ก็ได้ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกคนที่พูดแบบนี้คือคนที่ยอมทุนสภาพเช่นนี้ต่อไปแทนที่จะเลือกทางเดินอื่นหากคิดว่า ทนไปอีกหน่อย เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง” ก็อาจมีกำลังใจให้อดทนต่อไป แต่หากยังมองไม่เห็นอนาคตที่สว่างสดใส แล้วเราจะทนไปเพื่ออะไรคนเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว การยอมอุทิศชีวิตให้คนอื่นถือเป็นการใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า แถมยังเป็นการหักหลังพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเพื่อหวังจะเห็นคุณใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกด้วยกลัวว่ารายได้จะลดลงนั้นหรือหากเทียบกับการได้ใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความสุขแล้ว แม้รายได้จะลดลงไปบ้างก็ไม่น่าจะเดือดร้อนมาก หากมีความพยายามและตั้งใจทำงานก็ยังหาเงินได้ ดังนั้นเราต้องหาสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้รู้สึกว่า

อยากพยายาม” ให้ได้ก่อนคนเราเกิดมาใช้ชีวิตประมาณ 80 ปีหรืออย่างมากก็ 90 ปี

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ